Suzuki Hayabusa  Generation 3 ด้วยราคาเปิดตัวในประเทศไทย 899,000 บาท 

All New Suzuki Hayabusa Generation 3 เปิดตัวมาด้วยราคาที่สาวกเจ้าพญาเหยี่ยวอ้วนจะต้องตะลึง เพราะเทคโนโลยีที่จัดจ้านมาขึ้น ระบบตัวช่วยต่างๆ ที่จัดเต็มเกินคำว่าล้ำไปไกล ซึ่ง Gen 3 ใช้เวลาเกือบ 13 ปี ถึงจะปล่อยเจ้าเหยี่ยวอ้วนตัวใหม่คันนี้ ออกสู่โลกภายนอกอีกครั้ง ด้วยราคาเปิดตัวในประเทศไทย 899,000 บาท 

All New Suzuki Hayabusa 2021 

ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “The Refined Beast” หมายถึง ความงดงามน่าเกรงขาม แต่แฝงไปด้วยความชาญฉลาดทันสมัย พร้อมด้วย Feature ใหม่ๆ มากมาย กับสไตล์รูปทรงที่ดุดัน หรูหราด้วยเส้นสายที่เฉียบคม และการออกแบบแอโรไดนามิกใหม่ ที่ถ่ายทอดความรู้สึกพุ่งทะยานไปข้างหน้า พร้อมไฟท้ายแบบใหม่ที่สะดุดตา ท่อไอเสียสไตล์สปอร์ต การดีไซน์ล้อใหม่แบบ 7 ก้าน ที่ดึงดูดใจ และทรงประสิทธิภาพ รูปลักษณ์ด้านหน้าแบบใหม่หมดจด ด้วยการออกแบบไฟหน้าดีไซน์ใหม่แบบ Positioning Light ที่รวมเอา Day Time Running Light กับชุดไฟเลี้ยวสไตล์สปอร์ตเข้าด้วยกัน โดดเด่น เร้าใจยิ่งขึ้น พร้อมเทคนิคการใช้สีและสร้างความโดดเด่นเฉพาะตัว แบบ Two Tone ทั้ง 3 แบบ

โดยเครื่องยนต์ยังเป็นบล๊อกเดิม 4 สูบเรียง ขนาด 1,339.8 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมอัพเกรดอุปกรณ์ และเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และความทนทานไปอีกขั้น New Exclusively Designed Exhaust System ดีไซน์ระบบไอเสียแบบพิเศษ ช่วยพัฒนา และเสริมพละกำลัง กับแรงบิดช่วงต่ำถึงกลางให้ดี ทั้งยังเป็นไปตามมาตรฐาน Euro 5 ส่งผลให้มีกำลังเครื่องยนต์ที่นุ่มนวลและสม่ำเสมอมากขึ้น 

ด้วยเทคโนโลยี อัจฉริยะ Suzuki Intelligent Ride System (S.I.R.S.) ชุดระบบอิเล็กทรอนิกส์สุดล้ำ ใหม่ล่าสุด และปรับโหมดการขับขี่ได้ 3 โหมด Suzuki Drive Mode Selector Alpha หรือ (SDMS-?) คือ (A: Active, B: Basic, C: Comfort) มีระบบ Cruise Control System สามารถตั้งค่าความเร็วคงที่ในช่วงความเร็วระหว่าง 31-200 กม./ชม. โดยขับขี่ที่รอบความเร็ว 2,000 ? 7,000 รอบ ที่เกียร์ 2 หรือสูงกว่า ระบบเบรกแบบกระจายแรงหน้า-หลัง Combined Brake System เพียงแค่บีบมือเบรกด้านหน้า อีกทั้งยังมีระบบ Motion Track Brake System ช่วยในการควบคุมการเบรก ขณะเข้าโค้ง หรือลงทางลาดชัน ให้อีกด้วย ถือว่าเจน 3 ที่เปิดตัวออกมาสมการรอคอยของสาวกเหยี่ยวอ้วน เพราะราคาที่ไม่แตะล้าน แต่ออพชั่นให้มาแบบจัดเต็ม


บทความอื่นๆ เกี่ยวกับวงการมอเตอร์ไซค์ ได้ทาง www.motorcycle-thai.com

Monkey รุ่นพิเศษ ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 150 คันในโลก

CUB House by Honda ส่งมอบความสนุกจากของเล่นในวัยเด็ก สู่รถคันจริงให้คนไทยได้สัมผัสด้วยการเปิดตัว Monkey x Hot Wheels Limited Edition หรือ Monkey รุ่นพิเศษ ที่เกิดจากความร่วมมือกันเป็นครั้งแรกของแบรนด์ดังระดับโลกอย่าง Monkey และ Hot Wheels เพื่อเติมเต็มความฝันในวัยเด็ก ที่อยากลองขี่รถในฝันสักครั้งในชีวิต ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 150 คันเท่านั้น

ทาคาโนริ มารุยามะ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า แมนูแฟคเจอริ่ง ผู้นำวงการรถจักรยานยนต์ไทยเปิดเผยว่า “Monkey มีจุดเริ่มต้นในปี 1961 จากความคิดสนุกๆ ของวิศวกรฮอนด้า ที่นำชิ้นส่วนต่างๆ มาประกอบกันเป็นมอเตอร์ไซค์ขนาดเล็กไว้ขี่ในโรงงาน แต่หลังจากนั้นความสนุกดังกล่าวก็ได้รับความนิยมไปทั่วโลกจนกลายเป็นตำนานจนถึงปัจจุบัน

สำหรับในเมืองไทย เราวางคอนเซปต์ Monkey ให้เป็นรถที่สามารถส่งมอบประสบการณ์ให้กับแฟนๆ ที่อยากขับขี่รถในฝันหรือที่เราเรียกว่า “Ride Your Dream Bike” ผ่านคาแรกเตอร์ที่หลากหลายในรูปแบบ Special Limited Edition เริ่มจาก Dragon Ball Limited Edition มาจนถึง Gundam Limited Edition ซึ่งเราได้พบกับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามมาโดยตลอด และครั้งนี้เราขอส่งมอบความสนุกครั้งใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพราะเป็นครั้งแรกของการ Collab ระหว่าง Monkey และ Hot Wheels ซึ่งเป็นแบรนด์ของเล่นที่เป็นที่ชื่นชอบของนักสะสมทั่วโลก กลายเป็น Monkey x Hot Wheels Limited Edition

การร่วมมือกันของทั้งสองแบรนด์ในครั้งนี้ เราได้ถ่ายทอด DNA ของ Monkey และ Hot Wheels เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัวมากที่สุด โดยนำเอาเอกลักษณ์ของ Treasure Hunts ซึ่งเป็นรถที่หายากที่สุดของ Hot Wheels มาถ่ายทอดผ่าน Monkey x Hot Wheels Limited Edition กลายเป็นไอเทมใหม่ที่สามารถขับขี่ได้จริงอีกด้วย โดยรถรุ่นนี้ได้รับการออกแบบโดยทีมดีไซเนอร์จากสำนักแต่ง H2C ของฮอนด้า ที่มีความหลงใน Monkey และมีความเข้าใจในแบรนด์ Hot Wheels เป็นอย่างสูง”

Monkey รุ่นพิเศษ ราคา

วางจำหน่ายด้วยราคา 139,900 บาทต่อเซ็ต ในเซ็ทประกอบด้วยชั้นเก็บสะสมรถ Hot Wheels Extreme Tower & Basic Car 72 Units, หมวกกันน็อก Hot Wheels, พวงกุญแจ Serial Number Keychain ระบุลำดับหมายเลข 1-150 ของรถแต่ละคัน ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 150 คันในโลก

บทความอื่นๆ เกี่ยวกับวงการมอเตอร์ไซค์ ได้ทาง www.motorcycle-thai.com

New Forza350 ล้ำกว่าด้วยระบบสั่งการด้วยเสียง กับบิ๊กสกู๊ตเตอร์ จากค่าย Honda

New Forza350

New Forza350 ล้ำกว่าด้วยระบบสั่งการด้วยเสียง กับบิ๊กสกู๊ตเตอร์ จากค่าย Honda เป็นรถที่แรงจัดจ้าน จากขุมพลังขับเคลื่อนของเครื่องยนต์ eSP+ แบบ 4 วาล์ว ขนาด 330 ซีซี และตอนนี้ ได้ยกระดับเทคโนโลยีเพิ่มเข้าไป ด้วยระบบสั่งการด้วยเสียง HSVCs (Honda Smartphone Voice Control system)

Honda New Forza350 HSVCs

สำหรับระบบ HSVCs ถือว่าเป็นเทคโนโลยีอัจฉริยะจากฮอนด้า ที่ทำให้การเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนกับตัวรถผ่านแอปพลิเคชัน Honda RoadSync (รองรับระบบ Android Version 7.0 ขึ้นไป) สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย รองรับการทำงาน 4 ฟังก์ชัน ได้แก่ รับสายเข้า-โทรออก ระบบนำทาง แอปพลิเคชันเพลง และการรับ-ส่งข้อความ ซึ่งผู้ขับขี่สามารถควบคุมการทำงานของฟังก์ชันต่างๆ ด้วยเสียง พร้อมกดสั่งการที่สวิตช์แฮนด์แบบมัลติฟังก์ชัน เชื่อมต่อด้วยบลูทูธ แสดงรายละเอียดผ่านไมล์หน้าปัดแบบ New Premium Meter

อย่างไรก็ดี HSVCs เป็นเพียงหนึ่งในเทคโนโลยีล่าสุดที่ยกระดับเข้ามา แต่ NewForza350 ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีอื่นๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวินด์สกรีนไฟฟ้าที่ปรับระดับความสูงได้ถึง 150 มิลลิเมตร ระบบควบคุมการทรงตัว HSTC-Honda Selectable Torque Control เพิ่มความปลอดภัยขณะขับขี่ด้วยการตรวจจับความเร็วล้อหน้าและล้อหลังให้สัมพันธ์กัน, ระบบไฟเบรกฉุกเฉิน ESS, ระบบเบรก ABS หน้า-หลัง ที่มาพร้อมดิสก์เบรกขนาดใหญ่ และระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ Honda Smart Key สตาร์ทเครื่องยนต์โดยไม่ต้องใช้กุญแจ ช่วยระบุตำแหน่งพร้อมสัญญาณกันขโมย มาพร้อมกับ Honda Smart Controller เพื่อควบคุมการสั่งงานต่างๆ ที่ตัวรถ

ราคา

NewForza350 มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น Roadsync Type (ติดตั้งระบบ HSVCs) มีสีดำ และสีเทา-ดำ มาพร้อม New Gold Emblem และล้อสีทองสไตล์ใหม่ New Gold Wheel ราคาแนะนำที่ 177,500 บาท และรุ่น Standard Type มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีดำ สีเทา-ดำ สีแดง-ดำ และสีน้ำเงิน-ดำ ราคาแนะนำที่ 175,500 บาท

บทความอื่นๆ เกี่ยวกับวงการมอเตอร์ไซค์ ได้ทาง www.motorcycle-thai.com

มอเตอร์ไซค์วินเทจ ที่ยังได้รับความนิยม แม้จะผ่านมานานปี

มอเตอร์ไซค์วินเทจ ที่ยังได้รับความนิยม แม้จะผ่านมานานปี แม้จะมีการปรับเปลี่ยนมาหลายรุ่น แต่ยังคงรูปทรงวินเทจ ที่ได้รับความนิยมเอาไว้อย่างดี จะมีรุ่นใดบ้าง ไปติดตามชมกันได้เลย

มอเตอร์ไซค์วินเทจ

1-Vespa LX 125 3Vie

ถ้าพูดถึงรถมอเตอร์ไซค์วินเทจ แต่ไม่พูดถึงเวสป้า ถือว่าพลาด เพราะเวสป้า ถือเป็นหนึ่งในมอเตอร์ไซค์รุ่นเดอะ ที่ใครเห็นก็ต้องชอบ ใครเห็นก็ต้องหลงรัก เพราะรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์ โดยล่าสุดเวสป้าได้ออกมอเตอร์ไซค์วินเทจรุ่น Vespa LX 125 3Vie มาใหม่ ด้วยประสิทธิภาพเครื่องยนต์ที่สูงขึ้น และเทคโนโลยีต่างๆ ที่ทันสมัยขึ้น ทำให้เวสป้าเป็นมอเตอร์ไซค์วินเทจ ที่นักบิดต้องมีเอาไว้ในครอบครอง

ราคา : 89,900 บาท

2-GPX Wonwan 110 CC.

อีกหนึ่งมอเตอร์ไซค์วินเทจพันธ์แท้ กับ GPX Wonwan 110 CC ที่แค่ชื่อรุ่นก็ย้อน วันวานกันแล้ว สำหรับความวินเทจในคันนี้ บอกเลยว่ารูปทรงที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ คลาสสิกเดิมๆ ไว้ ขับขี่ง่าย น้ำหนักเบา สามารถขับขี่ได้ทั้งชาย และหญิง สำหรับคนที่สะสม หรือรักมอเตอร์ไซค์วินเทจ บอกเลยว่าพลาดไม่ได้ 

ราคา : 34,500 บาท

3-Honda Super Cub

มอเตอร์ไซค์วินเทจ ระดับตำนาน คันนี้คือ Honda Super Cub บอกเลยว่าคันนี้เป็นมอเตอร์ไซค์ Honda ระดับตำนาน ที่แค่มองก็ได้กลิ่นอายความเป็น Honda ยุคแรกๆ มาแบบเต็มๆ  ที่สำคัญรูปทรงต่างๆ ของตัวรถ ยังคงความเป็นเรโทรได้อย่างลงตัว เหมาะสมกับยุคสมัย ซึ่งในส่วนของการใช้งาน พูดได้เลยว่าเหมาะกับทุกเพศทุกวัย ที่สำคัญยังขับขี่ง่ายเว่อร์

ราคา : 47,100 บาท

4-Suzuki VanVan 125

ต้องยอมรับว่ามอเตอร์ไซค์วินเทจ ที่มีไฟหน้าเป็นทรงกลม จะช่วยให้ตัวรถดูคลาสสิก ดูวินเทจขึ้นไปอีกเท่าตัว เช่นเดียวกับ Suzuki VanVan 125 ด้วยตัวรถที่ถูกออกแบบมาในสไตล์เรโทร ไม่ว่าจะไฟหน้า ไฟเลี้ยว ไฟท้าย และหน้าปัด ถูกออกแบบมาเป็นทรงกลม เพื่อเพิ่มความวินเทจ ที่สำคัญมาพร้อมเครื่องยนต์ 125 CC แบบประหยัดน้ำมัน

ราคา : 105,000 – 108,000 บาท

5-Yamaha SR400

ถ้าคุณกำลังมองหารถมอเตอร์ไซค์วินเทจ ในยุค70 Yamaha SR400 เป็นรถที่ตอบโจทย์คุณได้เป็นอย่างดี ด้วยดีไซน์ตัวเครื่องที่สวยโดดเด่น ขับขี่ง่าย เหมาะกับการขับขี่ทั้งใน และนอกเมือง เครื่องยนต์ดีเยี่ยมขนาด 399 CC และระบบ Kick Start อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ช่วยเพิ่มความน่าหลงใหล ให้กับมอเตอร์ไซค์คันนี้ได้เป็นอย่างดี

ราคา : 275,000 บาท


บทความอื่นๆ เกี่ยวกับวงการมอเตอร์ไซค์ ได้ทาง www.motorcycle-thai.com