ยามาฮ่า เปิดจองR7 ทางออนไลน์ในราคา 339,000 บาท

ยามาฮ่า เปิดจองR7 ทางออนไลน์ในราคา 339,000 บาท โดยบริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เปิดตัวบิ๊กไบค์รุ่นใหม่ YZF-R7 ล่าสุดของ R-Series กับขุมพลังเครื่องยนต์ความจุ 689 ซีซี พร้อมจัดโปรโมชั่น และสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า 50 ท่านแรก

ซึ่งสปอร์ตไบค์ยามาฮ่าในตระกูล R-Series ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน จากขาซิ่งทั่วโลก นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 1998 กับรุ่น YZR-M1 ที่รู้จักกันใน World GP ในประเทศไทยได้รับความนิยมในหลากหลายรุ่นย่อย เช่น YZF-R1, YZF-R6, YZF-R3, YZF-R15 และล่าสุดกับ YZF-R7

YZF-R7 ติดตั้งขุมพลัง เครื่องยนต์แบบ CP2 ขนาด 689 ซีซี ให้อัตราเร่งแรงทรงพลัง เร้าใจทั้งบนสนามแข่ง และบนถนน ดีไซน์แบบซูเปอร์สปอร์ต จาก R-Series DNA แฟริ่งออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ สอดรับให้มีความกระชับ เพื่อรับกับระบบแอโรไดนามิกได้อย่างลงตัว เฟรมถูกปรับแต่งพิเศษ ให้มีน้ำหนักเบา แต่ยังคงความแข็งแรง ของแชสซี เสริมด้วยระบบ ASSIST & SLIPPER CLUTCH เพื่อการควบคุมที่ดี เมื่อต้องการลดความเร็วอย่างรวดเร็ว และต่อเนื่อง  

ยามาฮ่า เปิดจองR7 ทางออนไลน์

ผู้ที่ชื่นชอบรถสายพันธุ์ R-Series กับโปรโมชั่นที่เปิดให้ทุกท่านได้ทำการจองผ่านช่องทาง ออนไลน์ ที่ https://forms.gle/dVdQgzGyEfM11G3F6 ลุ้นรับสิทธิพิเศษดาวน์เพียง 7,900 บาท พร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษ และฟรีประกันภัยชั้น 1 สำหรับลูกค้า 200 ท่านแรก และพิเศษสุดสำหรับลูกค้า 50 ท่านแรกที่จองเข้ามาในระบบออนไลน์ จะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรม Yamaha Racing Practice หรือ BRIC trackday ฟรี จำนวน 4 ครั้ง บนแทร็คระดับโลกอย่าง สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์


บทความอื่นๆ เกี่ยวกับวงการมอเตอร์ไซค์ ได้ทาง www.motorcycle-thai.com

Triumph Street Twin 2021

Triumph Street Twin 2021

Triumph Street Twin 2021 รถจักรยานยนต์โมเดิร์นคลาสสิก ผ่านการพัฒนาต่ออย่างงดงาม ในสไตล์การแต่งคัสตอม และการตกแต่งรายละเอียดสุดพรีเมียม ด้วยขุมกำลังจากเครื่องยนต์ Bonneville สูบคู่ 900cc ของ Street Twinให้แรงบิดมหาศาลและสมรรถนะขั้นสูง

การออกแบบ

รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์สไตล์โมเดิร์นคลาสสิก มาพร้อมกับการออกแบบตกแต่งในสไตล์คัสตอม เสริมความสะดวกสบายด้วยเบาะนั่งดีไซน์ใหม่เพื่อรองรับสรีระ และท่วงท่าการขับขี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หน้าปัดเรือนไมล์

มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลแบบ LCD มัลติฟังก์ชัน ที่ช่วยแสดงค่าโหดมการขับขี่ ระดับน้ำมัน และมาพร้อมกับมาตรวัดความเร็วแบบอนาล็อกทรงนาฬิกา รวมไปถึงเรือนไฟบนหน้าปัดแสดงการแจ้งเตือน ลักษณะการทำงานของเครื่องยนต์ในรูปแบบต่างๆ

เครื่องยนตร์

มาพร้อมกับขุมพลังเครื่องยนต์ 2 สูบคู่ SOHC 8 วาล์ว ขนาด 900 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ระบบเกียร์เป็นแบบ 5 สปีด ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ มีอัตราส่วนแรงอัดที่ 11.0:1 ให้พละกำลังสูงสุดที่ 65 แรงม้า (47.8 กิโลวัตต์ ที่ 7,500 รอบต่อนาที) มีแรงบิดสูงสุดที่ 80 นิวตันเมตร (ที่ 3,800 รอบต่อนาที) กระบอกสูบมีขนาดความกว้าง x ช่วงชัก อยู่ที่ 84.6 x 80 มิลลิเมตร ระบบจ่ายเชื้อเพลิงอิเล็กทรอนิกส์หลายจุดตามลำดับ ใช้คลัตช์แบบเปียกพร้อมระบบช่วยผ่อนแรง ท่อไอเสียเป็นแบบสเตนเลสสตีลขัดเงา 2 ท่อ

ระบบกันสะเทือน

ระบบกันสะเทือน ในด้านหน้ามาแบบโช้คอัพขนาด 41 มิลลิเมตร พร้อมปลอกยางกันฝุ่นในสไตล์ดั้งเดิม ระบบกันสะเทือน ในด้านหลังแบบโช้คคู่ ด้านหลังสามารถปรับพรีโหลดได้ มีระบบยุบตัวที่ 120 มิลลิเมตร ในระบบเบรกด้านหน้ามาพร้อมกับดิสก์เบรกหน้าเดี่ยวแบบลอยตัวขนาด 310 มิลลิเมตร พร้อมคาลิปเปอร์จาก Brembo แบบ 4 ลูกสูบ ขณะที่เบรกหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 255 มิลลิเมตร พร้อมคาลิปเปอร์ลูกสูบเดี่ยวจาก Nissin โดยTriumph Street Twin 2021 ระบบเบรกทำงานควบคู่กับระบบ ABS ซึ่งจะช่วยป้องกันล้อล็อกในขณะมีการเบรกแบบกระทันหัน

ระบบเบรก

ระบบเบรกหน้าดิสก์เบรก 310 มม. แบบ Floating Disc (จานเบรกสองชั้น) ซึ่งจับคู่กับคาลิปเปอร์ 4 สูบ แบรนด์ Brembo ส่วนเบรกหลังดิสก์ขนาด 220 มม. จับคู่กับคาลิปเปอร์ 2 สูบ แบรนด์ Nissin นอกจากนี้ Triumph Street Twin ยังมีระบบเบรก ABS ทั้งล้อหน้าและหลัง เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่อีกด้วย

สรุปสเปคของ Triumph Street Twin 2021

เกียร์เกียร์ธรรมดาระบบเกียร์5 เกียร์ รายละเอียดเครื่องยนต์SOHC 8 วาล์ว, สูบคู่ขนานระบบความระบายความร้อนน้ำระบบสตาร์ทสตาร์ตไฟฟ้า (มือ)ขนาดเครื่องยนต์900.00 cc.แบบเครื่องยนต์4 จังหวะระบบจุดระเบิดFull Injectionประเภทน้ำมันเชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์ 95 (E10), เบนซิน 91,เบนซิน 95 ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงหัวฉีดเชื้อเพลิงอิเล็กทรอนิกส์หลายจุดความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง12 ลิตรระบบกันสะเทือนล้อหน้าโช้คคาร์ทริดจ์ ขนาด 41 มมระบบกันสะเทือนล้อหลังโช้คหลังคู่ สามารถปรับพรีโหลดได้ระบบเบรกล้อหน้าคาลิปเปอร์เบรกหน้า Brembo แบบ 4 ลูกสูบพร้อมดิสก์เบรกเดี่ยวแบบลอยตัวขนาด 310 มม และระบบ ABSระบบเบรกล้อหลังคาลิปเปอร์เบรกสูบเดี่ยว Nissin พร้อมดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 255 มม และระบบ ABSแบบวงล้อแมกซ์ขนาดยางหน้า100/90 R18 ขนาดยางหลัง150/70 R17ขนาดความกว้างรถ780 มิลลิเมตรขนาดความสูงรถ1,110 มิลลิเมตรความสูงเบาะ765 มิลลิเมตรน้ำหนัก217.00 กก.


บทความอื่นๆ เกี่ยวกับวงการมอเตอร์ไซค์ ได้ทาง www.motorcycle-thai.com

kawasaki z1000 2021

z1000 ในปี 2021 Kawasaki จัดมาให้ผู้สนใจเป็นเจ้าของได้ในเฉดสีดำ Metallic Flat Spark Black / Metallic Matte Graphite Gray โดยถูกออกแบบให้ผู้ขับขี่นั่งในท่าหมอบเหมือนกับรุ่นก่อน โดยมีลักษณะโดดเด่นเป็นพิเศษที่โครงกระจังหน้าที่ถูกปรับระดับให้ต่ำลงกว่าเดิม เพิ่มระยะห่างระหว่างจุดสูงสุดของตัวรถและตัวถังเชื้อเพลิง ทำให้ผู้ขับขี่ต้องลดตัวลงมาในท่านั่งหมอบ ชวนให้นึกถึงภาพของนักล่าอันแข็งแกร่งที่กำลังรอสังหารเหยื่อ โคมไฟหน้าแบบ LED พร้อมไฟ 4 ดวงกลมโตด้านในส่องประกายอย่างเด่นชัดในยามค่ำคืน เหมือนเช่นดวงตาของนักล่า ตัวถังถูกขยับมาอยู่ใกล้กับเครื่องยนต์และโครงรถมากยิ่งขึ้นเพื่อให้ได้รูปทรงที่ปราดเปรียวและทรงพลัง สัดส่วนของตัวรถนั้นเทน้ำหนัก ไปยังส่วนหน้ามากกว่าส่วนท้ายรถ เพื่อรับกับเส้นสายและรายละเอียดของตัวรถที่ให้ความรู้สึกของการพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง

การออกแบบ
ภายนอกดุดัน หน้าตาไม่ซ้ำใคร แฟริ่งน้อยชิ้น เผยให้เห็นสัดส่วนของเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ ออกแบบตามหลัก “Sugomi” ที่ให้อารมณ์ถึงความปราดเปรียว และน่าเกรงขามไปในตัว ชุดโคมไฟหน้ามาพร้อมรูปทรงดุดัน ซึ่งถูกปรับให้ต่ำลงกว่ารถทั่วไป โคมไฟชนิด LED ขนาดเล็กลงแต่ส่องแสงสว่างมากกว่าเดิม เสริมให้หน้าตาของ Z1000 ดูดุดันดังนักล่า โคมไฟหน้าประกอบด้วยหลอดไฟประหยัดพลังงาน LED 4 ดวง ไฟต่ำ 2 ดวง (ตรงกลาง) และ ไฟสูง 2 ดวง (ด้านนอก) เมื่อเปิดไฟสูง ไฟทั้ง 4 ดวงจะส่องแสงสว่างทั้งหมด

หน้าปัดเรือนไมล์
มาพร้อมไฟแสดงสถานะตำแหน่งเกียร์ช่วยเพิ่มความแม่นยำ และความมั่นใจในการเปลี่ยนเกียร์ ในขณะเดียวกันก็เสริมภาพลักษณ์มาดเข้มเต็มอารมณ์สปอร์ตให้กับ Z1000 ด้วย ด้วยฟังก์ชั่นใหม่ล่าสุด ไฟแสดงสถานะเปลี่ยนเกียร์ขึ้น นอกจากจะเติมเต็มความเป็นสปอร์ตพันธุ์ดุให้เต็มคราบแล้ว จังหวะการเปลี่ยนเกียร์อันเร้าใจยังช่วยมอบประสบการณ์ความตื่นเต้นให้กับผู้ขับขี่ขึ้นไปอีกระดับด้วย (ส่วนบนของมาตรวัดรอบเครื่องยนต์แบบแถบแสดงสถานะ – ตั้งแต่รอบเครื่องยนต์ที่ 4,000 รอบต่อนาทีขึ้นไป – จะกะพริบเมื่อเครื่องยนต์ทำงานถึงรอบเครื่องยนต์ที่ตั้งค่าไว้) สามารถเลือกตั้งนาฬิกาให้แสดงเวลาในแบบ 12 ชม. หรือ 24 ชม. ได้ตามความต้องการของผู้ขับขี่

เครื่องยนตร์
ขับเคลือนด้วยเครื่องยนต์ 4 จังหวะ 4 ลูกสูบ ขนาด 1,043 ซีซี. ระบบวาล์วแบบ DOHC, 16 วาล์ว (4 วาล์ว/ลูกสูบ) จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีด ระบายความร้อนด้วยน้ำ รีดพลังม้าได้สูงสุดถึง 104.5 กิโลวัตต์ หรือ 142 แรงม้า ที่ 10,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 111 นิวตันเมตร ที่ 7,300 รอบต่อนาที มาพร้อมช่องลมคู่หน้าที่แฟริ่ง เพื่อนำพาอากาศเย็นเข้ามาสู่กล่องอากาศโดยตรง รวมถึงกล่อง ECU ซึ่งได้รับการปรับปรุงใหม่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ในห้องเครื่อง ส่วนระบบไอเสียมาแบบแยกส่วนออกไปทั้ง 2 ข้างของตัวรถพร้อมกับปลายท่อเก็บเสียงแยกส่วน ออกแบบให้สั้นลงเพื่อให้แลเห็นล้อหลังได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ระบบกันสะเทือน
ระบบกันสะเทือนแบบหัวกลับ ขนาดแกน 41 มม. ด้วยสปริงคู่ดูดซับแรงกระแทกได้ดี ซึ่งสามารถปรับตั้งระยะยืดและยุบตัวได้ทั้งซ้ายและขวา ด้านหลังเป็นโช้คแก๊ส Horizontal Back-link ปรับระยะรีบาวด์และพรีโหลดได้เช่นกัน รองรับแรงกระแทกและทรงตัวได้ดีในทุกสภาพถนน

ระบบเบรก
ล้อหน้าเป็นจานเบรกคู่ ขนาด 310 มม. คาลิปเปอร์เบรกเรเดียลเม้าท์ แบบโมโนบล็อก 4 ลูกสูบ ส่วนล้อหลังเป็นจานเบรก ขนาด 250 มม. คาลิปเปอร์เบรกลูกสูบเดี่ยว เพิ่มประสิทธิภาพการเบรกที่รวดเร็วแม่นยำ ตอบสนองต่อการควบคุมการขับขี่ได้อย่างรวดเร็วมั่นใจ

สรุปสเปคของ kawasaki z1000 2021
-เครื่องยนต์ : 4 จังหวะ 4 ลูกสูบ
-ระบบวาล์ว : DOHC, 4 วาล์ว/ลูกสูบ
-ปริมาตรกระบอกสูบ : 1,043 ซีซี.
-ความกว้างกระบอกสูบ x ช่วงชัก : 71.0 × 56.0 มม.
-อัตราส่วนแรงอัด 11.8 : 1
-การจ่ายน้ำมัน : หัวฉีด
-ระบบระบายความร้อน : ระบายความร้อนด้วยน้ำ
-ความจุถังน้ำมัน : 17 ลิตร
-ระบบสตาร์ท : สตาร์ทมือ ระบบไฟฟ้า
-คลัทช์ : คลัทช์มือ
-จุดระเบิด : Digital
-ระบบเกียร์ : 6 สปีด
-ระบบกันสะเทือนหน้า : โช้คหัวกลับ ขนาด ø 41 มม. + Compression and rebound damping and spring preload adjustability
-ระบบกันสะเทือนหลัง : โช้คเดี่ยว Horizontal Back-link, gas-charged shock with rebound damping and spring preload adjustability
-ระบบห้ามล้อหน้า : ดิสก์เบรคคู่ ขนาด 310 มม. คาลิปเปอร์เบรก 4 ลูกสูบ
-ระบบห้ามล้อหลัง : ดิสก์เบรค ขนาด 250 มม. คาลิปเปอร์เบรก ลูกสูบเดี่ยว
-ล้อ : ล้อแม็ก
-ยางล้อหน้า : 120/70ZR17M/C (58W)
-ยางล้อหลัง : 190/50ZR17M/C (73W)


บทความอื่นๆ เกี่ยวกับวงการมอเตอร์ไซค์ ได้ทาง www.motorcycle-thai.com

การเลือกซื้อมอเตอร์ไซค์ มือสอง ให้คุ้มค่ากับราคาที่เราต้องเสียไป

มอเตอร์ไซค์ นั้นเป็นดังเครื่องประดับ หรือเครื่องแต่งกายของเรา ที่สามารถบอกถึงบุคคลิก และภาพลักของได้ แต่จะซื้อมอเตอร์ไซค์หลายๆคัน เพื่อจะใช้ในหลายๆโอกาศ ก็ไม่ใช้ว่าทุกคนจะทำได้ ดังนั้น เมื่อต้องเลือกซื่อมอเตอร์ไซค์ทั้งที จึงเกิดปัญหาขึ้นมา ว่ารถรุ่นนี้ก็สวย รุ่นนั้นก็เท่ ไม่รู้จะเลือกคันไหนดี นี่อาจจะเป็นสิ่งที่คุณเจอ เวลาจะตัดสินใจซื้อรถมอเตอร์ไซค์คันใหม่ ต้องบอกเลยว่าอย่าเพิ่งใจร้อนกันนะครับ จะออกรถใหม่ทั้งทีต้องดูดีๆ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมกันเสียหน่อย ซึ่งคำแนะนำเกี่ยวกับ วิธีเลือกซื้อมอเตอร์ไซค์ ที่ไม่ยากมาบอก

1.ตรวจสอบการใช้งานของเรากับมอเตอร์ไซค์ว่าตรงกันหรือไม่

อย่างแรก เราต้องคิดก่อนว่า เราจะซื้อมอเตอร์ไซค์คันนี้เพื่อใช้งานแบบไหน เพราะการใช้งานที่ต่างกัน เราก็ควรปรับเปลี่ยนรุ่นของมอเตอร์ไซค์ไปตามที่เหมาะสม เช่น ถ้าเราซื้อไปเพื่อขับไปทำงาน หรือ เรียน ก็ควรเลือกรุ่นที่ดูแลรักษาง่าย ประหยัดน้ำมัน และอาจจะไม่จำเป็นจะต้องมีแรงม้าที่เยอะก็ได้ หรือถ้าเราซื้อมอเตอร์ไซค์ เพื่อไปออกทริปกับเพื่อน อันนี้ก็อาจจะไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำมันมาก เพราะอาจจะใช้นานๆที แต่ให้กังวลเรื่องความคงทน แข็งแรงของมอเตอร์ไซค์แทน เรามาลองดูดีกว่าว่า รถมอเตอร์ไซค์ประเภทไหนจะเหมาะกับเรามากที่สุด

  • รถมอเตอร์ไซค์ครอบครัว : ที่เรียกกันว่ารถครอบครัวนั้น เพราะว่าเป็นรถที่เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย สามารถใช้งานขับขี่ รวมถึงร่วมโดยสารได้ง่ายครับ และยังมีประสิทธิภาพ ที่ดีต่อการใช้งาน โดยจะเหมาะกับคนที่อยากได้รถมอเตอร์ไซค์ สำหรับใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน และที่สำคัญคือ คำนึงถึงความคุ้มค่าเป็นหลักครับ ซึ่งไม่ต้องห่วงเลย เพราะรถประเภทนี้จะมีเครื่องยนต์ที่ประหยัดน้ำมันมากทีเดียว โดยประโยชน์ใช้สอยส่วนมาก จะเป็นใช้เดินทางไปทำธุระต่างๆ ในระยะทางที่ไม่ได้ไกลมากนัก
  • รถมอเตอร์ไซค์สปอร์ต : รถสปอร์ต เป็นรถมอเตอร์ไซค์ที่โดดเด่นในเรื่องประสิทธิภาพ ที่ได้แรงบันดาลใจ จากรถที่ใช้แข่งในสนามจริง จากทั้งเครื่องยนต์ที่สมรรถนะสูง และมีให้เลือกหลายพิกัดซีซี ไปจนถึงการออกแบบที่โฉบเฉี่ยว ตามหลักอากาศพลศาสตร์ที่ช่วยให้ทำความเร็วได้มากกว่าเดิม จึงค่อนข้างชัดเจนว่าเหมาะกับผู้ที่ชอบในความเร็ว และรักในการแข่งขัน ซึ่งในบางครั้ง จะพารถมอเตอร์ไซค์ไปขับขี่ในสนามแข่งจริงครับ
  • รถมอเตอร์ไซค์ออโตเมติก : ขึ้นชื่อว่าเป็นรถออโตเมติก มอเตอร์ไซค์ประเภทนี้ จึงเป็นรถที่ขับขี่ได้ง่าย เพียงแค่บิดคันเร่ง และมักจะมาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ช่วยให้การขับขี่ ให้สะดวกสบายมากขึ้นกว่าเดิม จึงเหมาะสำหรับผู้ที่อยากขับขี่แบบสบายๆ ไม่รีบร้อน หรือพึ่งเริ่มขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ใหม่ๆ เนื่องจากไม่ต้องห่วงเรื่องการควบคุมขณะขับขี่ที่ยุ่งยากนัก
  • รถมอเตอร์ไซค์บ๊อบเบอร์ : ถ้าใครที่รักในสไตล์คลาสสิค ชอบสิ่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อยากที่จะเท่แบบไม่เหมือนใคร รถมอเตอร์ไซค์สไตล์บ๊อบเบอร์ ก็คือคำตอบของคุณครับ เพราะมีดีไซน์ที่คลาสสิคโดดเด่น แตกต่างจากรถในประเภทอื่นอย่างชัดเจน อีกทั้งยังสามารถปรับแต่งตัวรถ ในแบบของคุณเองได้อีกหลายส่วน เป็นการสร้างสไตล์เฉพาะตัวของคุณ บนท้องถนนได้อย่างเต็มที่
  • รถมอเตอร์ไซค์วิบาก : สไตล์ของคนที่จะมาขับขี่รถประเภทนี้ ค่อนข้างจะชัดเจนมากที่สุดครับ เนื่องจากรถสไตล์วิบากนั้น เกิดมาเพื่อลุยในทางฝุ่น หรือภูมิประเทศต่างๆ ที่ไม่ใช่ถนนปกติ ไม่ว่าจะเป็นป่า เขา เนินหินดินทราย รถมอเตอร์ไซค์วิบากก็สามารถพาคุณไปลุยได้ทุกเส้นทาง รวมถึงขับขี่บนถนนปกติ ก็สามารถทำได้เช่นกันครับ จึงเหมาะกับขาลุยที่ชอบการผจญภัยจริงๆ

2.ขนาดของมอเตอร์ไซค์เหมาะกับเรามั้ย

มอเตอร์ไซค์แต่ละรุ่นจะมีรูปร่าง และลักษณะภายนอกที่แตกต่างกัน ทั้งความสูง ความกว้าง และความยาว บางรุ่นอาจไม่เหมาะกับผู้หญิงเท่าไหร่ หรือบางรุ่น อาจเหมาะกับผู้ชายมากกว่า นอกจากนั้น ความสูง เตี้ย ของมอเตอร์ไซค์ก็มีผลต่อคนขับ เช่นมอเตอร์ไซค์รุ่นที่มีความสูงมากกว่ารุ่นอื่นๆ บางคนอาจจะไม่สามารถขับขี่ได้ เนื่องจากเท้าไม่ถึงพื้น ซึ่งจะทำให้เกิดอันตราย ในการขับขี่ ดังนั้นสิ่งนี้จึงมีความสำคัญเป็นอันมาก เพราะอาจทำให้เกิด อุบัติเหตุที่ได้ตั้งใจขึ้นมาได้

3.อย่าเลือกมอเตอร์ไซค์ตามเพื่อน

อย่างที่บอกไปครับ มอเตอร์ไซค์แต่ละรุ่น มีความแตกต่างกัน แต่ละคนเวลาขับขี่ ก็จะมีความรู้สึกแตกต่างกันออกไป บางทีคันที่เพื่อนบอกว่าดี เราอาจจะไม่ถูกใจก็ได้ เพราะมอเตอร์ไซค์สามารถบอกรสนิยม และบุคคลิก ของคนขับได้ ดังนั้นเลือกเองดีกว่าครับ อ่านรีวิวได้ แต่ตัดสินใจด้วยตัวคุณเองจะดีที่สุดครับ

4.มีงบประมาณเท่าไรในการซื้อรถมอเตอร์ไซค์

ราคาของรถมอเตอร์ไซค์ จะขึ้นอยู่ประเภทรถที่เราเลือก ดังนั้นก่อนซื้อก็ควรเลือกให้รอบคอบ และดูกำลังเงินของเราด้วย แต่หากใครมีกำลังทรัพย์ไม่พอ ที่จะซื้อรถมอเตอร์ไซค์ใหม่ ก็อาจจะ มองรถมอเตอร์ไซค์มือสอง ก็ถือว่าตอบโจทย์มากๆ เพราะมีราคาถูกกว่า แต่ต้องดูสภาพรถ เครื่องยนต์ และการรับประกันให้ดีด้วย

5.ขี่เป็นแล้ว หรือยัง

สิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งเลย คุณควรจะประเมินศักยภาพในการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ ของตัวคุณเองก่อนว่า คุณขับขี่เป็น หรือไม่ ถ้าหากขับเป็นแล้ว อยู่ในระดับมือใหม่ หรือชำนาญแล้ว เพื่อจะได้เลือกรถมอเตอร์ไซค์ที่เหมาะ กับความสามารถของตัวเอง แต่สำหรับใครที่ยังขับขี่ไม่เป็น ก็ไม่ต้องกังวลไปนะครับ เพราะปัจจุบันมีโรงเรียนสอนขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ ที่มีหลักสูตรครอบคลุมการขับขี่ประเภทต่าง ๆ มากกมาย

เป็นยังไงกันบ้างกับ วิธีเลือกซื้อมอเตอร์ไซค์ ที่เราแนะนำให้ทั้ง 5 ข้อ เพียงแค่เรา ตอบคำถามทั้ง 5 ข้อได้ แล้วจำนวนมอเตอร์ไซค์ ที่เหมาะกับเราจริงๆ ก็จะเหลืออยู่ ในจำนวนที่ไม่มากแล้ว จากนั้น ก็จะเป็นความชอบส่วนบุคคลแล้ว เช่น สีอะไร ยี่ห้อไหน รุ่นอะไร จะเอาแบบที่แต่งมาแล้ว หรือเอามาปรับแต่งเอง ขอแค่คุณชื่นชอบ และดูแลเอาใจใส่ มอเตอร์ไซค์ก็จะอยู่กับเราไปอีกนานครับ


บทความอื่นๆ เกี่ยวกับวงการมอเตอร์ไซค์ ได้ทาง www.motorcycle-thai.com