การดูแลรักษามอเตอร์ไซค์ ให้อยู่ในสภาพดีได้ ก็จะใช้งานอย่างมีความสุข

มอเตอร์ไซค์ เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับเรา ในการเดินทางตลอดเวลา และพาเราเดินทางไปในสถานที่ต่างๆ ดังนั้นเรา จึงควรรักษา และให้ การดูแลรักษามอเตอร์ไซค์ เพื่อที่จะได้ใช้งานได้อย่างสบายใจ ไม่มีความกังวลในการเดิน ให้อารมณ์เสีย

มีทีจอดรถมอเตอร์ไซค์กันแดดกันฝน

รถใหม่จะคงสภาพสวยได้อีกนาน หากมีที่จอดที่ดี กันแดดกันฝน กันน้ำค้าง กันฝุ่น แม้จะมีอายุหลายปี ก็จะยังคงมีสภาพที่ดี สีสวยใส ต่างจากรถตากแดดตากฝน แต่เรื่องนี้ดูเหมือนจะไม่ง่ายนัก เพราะรถส่วนใหญ่ ไม่ได้มีที่จอดในรถในร่ม เหมือนรถคันนี้ อายุใกล้จะ 4 ปี แล้วสภาพยังปิ๊งๆ

ไม่ปรับแต่งให้ผิดไปจากสภาพรถมาตรฐาน

เมื่อได้รถมาแล้ว ต้องไม่ปรับแต่งรถให้ผิดไปจากมาตรฐาน พยายามรักษาสภาพให้คงเดิมมากที่สุด หากมีชิ้นส่วนใดชำรุด เสียหาย ก็พยายามรักษา ซ่อมบำรุงให้อยู่ในสภาพเดิม ไม่ให้ชิ้นส่วนขาดหาย หรือหลุดหล่นไม่ครบ แต่รถที่มีการปรับแต่ง อาจจะ ทำให้น็อตหลุดหลวม ชิ้นส่วนก็ขาดหายไปด้วย แต่บางคนนั้นก็พิเรน มีการถอดชิ้นส่วนบางชิ้นไปขายก็มี เช่น แฟร์ริ่ง พลาสติก รอบคัน

แต่เรื่องนี้ดูจะเป็นเรื่องยากสำหรับเด็กวัยรุ่น หรือแม้แต่ผู้ใหญ่ก็ตาม ก็เจอกันแบบกลางๆ ก็คือ มีรถมาตรฐานเดิมๆ ไว้ใช้งาน ส่วน รถที่อยากจะแต่งตามความชอบนั้น ควรเป็นคันที่สอง เด็กวัยรุ่นบางคนชอบแต่ง จนรถมีปัญหาไปแล้ว สร้างปัญหาต่อการใช้งานในชีวิต ประจำวัน มีรถเพียงคันเดียว ไม่มีรถสำรอง เมื่อรถมีปัญหา จึงรู้ว่าจะไม่ทำอีกแล้ว

หลีกเลี่ยงพฤติกรรมการขับที่ทำให้รถสึกหรอเร็ว

พฤติกรรมการขับขี่มีผลต่ออายุใช้งานของรถมอเตอร์ไซค์ อย่างการขับรถออกตัวแรง การใช้ความเร็วสูง ใช้รถเกินกำลังเครื่องยนต์ ก็ย่อมจะทำให้รถคันนั้นมีอายุการใช้งานที่สั้นลง วิธีใช้งานดังที่กล่าวมานั้น เชื่อว่าคนใช้รถมอเตอร์ไซค์นั้นรู้ดีอยู่แล้ว แต่เรื่องการเอาใจใส่ดูแลนั้น เป็นเรื่องยากที่จะสามารถทำได้ เสมอต้นเสมอปลาย ความมีวินัยของคนเรานั้น ส่วนน้อยเท่านั้นที่สามารถทำได้ เพราะแม้แต่ตัวเราเอง ก็ยังไม่ค่อยจะรักษา ดูแลตัวเอง ถ้าไม่เจ็บป่วย จนลุกไม่ขึ้นจริงๆ รถมอเตอร์ไซค์ก็เช่นกัน หากไม่เสียจนถึงขั้นทำให้ไม่สามารถขับขี่ได้ ก็จะไม่ซ่อมบำรุง

ซ่อมบำรุงตามระยะทางหรือเร็วกว่ากำหนด

การซ่อมบำรุงรถมอเตอร์ไซค์ต้องมีวินัย ปฏิบัติตามคู่มือการซ่อมบำรุงอย่างเคร่งครัด เช่น เปลี่ยนถ่ายนำมันเครื่อง เปลี่ยนกรอง อากาศ หรืออาจจะเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องให้เร็วกว่านี้ หากรถใช้งานหนัก อย่างวินมอเตอร์ไซค์หลายคนถ่ายน้ำมันเครื่องที่ 2000 กิโลเมตรเท่านั้น แม้ในคู่มือรถจะระบุไว้ที่ 4,000 กิโลเมตร ซึ่งจะช่วยปกป้อง และรักษาสภาพเครื่องยนต์ให้ใช้งานได้นานกว่า บางคนเปลียนถ่ายน้ำมันเครื่องทุกเดือน แม้รถจะใช้งานไม่มากนัก แม้บางเดือนไม่ถึง 100 กิโลเมตรก็ตาม

การดูแลรถในลักษณะนี้ เครื่องยนต์จะมีความทนทาน ใช้งานได้หลักแสนกิโลเมตร เพราะเมื่อมีชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์สึกหรอ จากการใช้งาน จากการขับขี่ในแต่ละวัน การถ่ายน้ำมันเครื่องเร็วขึ้น จะช่วยถ่ายขิ้นส่วนที่สึกหรอเหล่านั้นให้ออกไปจากห้องเครื่อง ไม่ ไปทำอันตรายกับชิ้นส่วนภายในห้องเครื่อง เครื่องยนต์จึงมีความทนทาน ใช้งานได้นานขึ้น

วิธี การดูแลรักษามอเตอร์ไซค์

ยางล้อรถมอเตอร์ไซค์

ล้อรถมีส่วนสำคัญในการพาคุณเดินทางไปด้วยกัน การเติมลมยางให้ล้อนั้นมีส่วนเสริมให้การขับขี่แต่ละครั้งเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ต่างจากล้อรถยนต์ที่มีมาตรฐานการเติมลมยาง สำหรับรถมอเตอร์ไซค์นั้น มาตรฐานอยู่ที่ ล้อหน้าใช้แรงดัน 28 ปอนด์ ส่วนล้อหลังแรงดันลมอยู่ที่ 30-32 ปอนด์ ทั้งนี้ต้องศึกษาจากคู่มือที่มากับรถอีกครั้งหนึ่ง การเติมลมยางให้ได้แรงดันตามมาตรฐานมีส่วนในการรักษาการใช้งานล้อรถให้มีอายุยาวขึ้น อีกทั้งช่วยในเรื่องของการทรงตัว ลดแรงกระแทก ล้อที่เติมลมน้อยไป จะเบียดไปกับพื้นถนน ทำให้รถเคลื่อนตัวช้าลง และยางเสื่อมเร็วขึ้นด้วยเพราะบดอัดไปกับพื้นถนน ผู้ขับขี่จึงควรซื้อหาเกจ์วัดแรงดันลมติดรถเอาไว้ด้วย

ระบบไฟและแบตเตอร์รี่

ระบบไฟและแบตเตอร์รี่ ต้องรู้ว่าแบตเตอรี่ของรถมอเตอร์ไซค์ของตัวเองเป็นแบบไหน ต้องเติมน้ำกลั่น หรือแบบแห้ง เนื่องจากระบบไฟและแบตเตอรี่ ส่งถึงการทำงานของเครื่องยนต์ ถ้าระบบไฟขาด แบตเตอรี่เสื่อมหรือไม่มีน้ำกลั่นในกรณีใช้แบบเติมน้ำกลั่น เครื่องก็ไม่สามารถทำงานได้ จึงต้องหมั่นตรวจเช็คก่อนใช้งานเสมอ ส่วนแบบแห้งก็ต้องคอยดูแลไม่ให้ขั้วแบตสกปรก

หัวเทียน

เรื่องของหัวเทียน บริษัทผลิตรถมอเตอร์ไซค์จะใส่ในแบบที่เหมาะกับสภาพการใช้งานและเครื่องยนต์ของรถมาตั้งแต่ออกจากโรงงานแล้ว แต่อาจจะมีคำบอกเล่าต่อมาแบบผิดๆ ว่าถ้าอยากจะให้เครื่องแรงขึ้นให้เปลี่ยนเป็นหัวเทียนของรถที่ผลิตมาเพื่อวัตถุประสงค์โดยเฉพาะ เช่น รถแข่ง ซึ่งถ้าหากรถของคุณไม่ใช่มีสมรรถนะแบบนั้น ก็ไม่ควรจะเปลี่ยนไปใช้ เพราะไม่ตรงกับสภาพการใช้งาน

กรองอากาศและไส้กรอง

โดยทั่วไป คู่มือประจำรถจะมีข้อควรปฏิบัติเพื่อการบำรุงรักษารถอยู่แล้วว่า เมื่อขี่รถไปแล้วกี่กิโลเมตรจะต้องมีการตรวจเช็ค หรือเปลี่ยนอะไรบ้าง เพราะอุปกรณ์ต่างๆ มีเวลาหมดอายุการใช้งาน หรือใช้แล้วจะเสี่ยงต่อความปลอดภัย ดังนั้น ผู้ขี่จึงต้องเข้มงวดกับตัวเองในการปฏิบัติตามสิ่งที่กำหนดไว้ เพียงแต่มอเตอร์ไซค์อาจมียืดหยุ่นบ้าง ไม่ถึงกับเคร่งครัดเท่ากับรถยนต์ อย่างกรองอากาศและไส้กรองก็เช่นกัน ชื่อก็บอกแล้วว่า ทำหน้าที่กรองอากาศซึ่งได้แก่ พวกฝุ่นละอองที่อยู่ในอากาศนั่นเอง กรองเพื่อไม่ให้ฝุ่นเหล่านี้เข้าไปอยู่ในตัวเครื่องยนต์ เพราะหากปล่อยให้เข้าไปมากๆ ก็จะมีผลทำให้กรองอากาศอุดตัน เป็นเหตุให้ส่วนผสมไอดีเปลี่ยนไป และส่งผลให้เครื่องยนต์ของคุณกินน้ำมันมากขึ้น และวิ่งไม่ฉิวเหมือนกรองอากาศที่ได้รับการดูแล ทำความสะอาดไส้กรองทุกๆ 4,000 กิโลเมตรรวมถึงเมื่อถึงเวลาเปลี่ยนที่ 12,000 กิโลเมตร ทั้งนี้ หากการใช้รถของคุณอยู่ในสภาพที่ต้องเผชิญกับฝุ่นมากกว่าปกติ การทำความสะอาดอาจจะต้องถี่ขึ้น

การดูแลเรื่องน้ำมันเครื่องตามประเภทของรถ 2 จังหวะ 4 จังหวะ

ในเรื่องของการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องรถมอเตอร์ไซค์ก็เช่นกัน ในคู่มือการใช้รถจะกำหนดเอาไว้ว่าต้องเปลี่ยนเมื่อไหร่ แต่ก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการใช้รถของแต่ละคนอีกเช่นกัน รถใช้งานหนัก รถที่วิ่งไปจอดไป เพราะสภาพรถติดบ่อย ๆ ก็จำเป็นต้องเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเพื่อรักษาสภาพชิ้นส่วนเครื่องยนต์บ่อยขึ้นประเภทของรถก็มีส่วนในเรื่องความถี่การเปลี่ยนที่ต่างกัน รถจักรยานยนต์ 4 จังหวะ จะเปลี่ยนบ่อยกว่า รถแบบ 2 จังหวะ ในรถจักรยานยนต์ 2 จังหวะนั้น เมื่อใช้นานๆ ไป น้ำมันหล่อลื่นมีประสิทธิภาพในการช่วยส่งและตัดกำลังเกียร์และคลัชลดลง ก็ต้องมีการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ เป็นต้น

เมื่อเราทำ การดูแลรักษามอเตอร์ไซค์ ให้อยู่ในสภาพดีได้ ก็จะใช้งานอย่างมีความสุข รถสวย สภาพดี สบายใจ ขับไปไหน ไม่ต้อง กลัวว่าจะเสียกลางทาง และหากเบื่อ อยากจะเปลี่ยนคันใหม่ รถสภาพสวย ขายได้ราคากว่ารถสภาพแย่ เพราะผู้ใช้ซื้อไปแล้ว ก็สามารถ ใช้งานได้ โดยไม่ต้องซ่อมบำรุงมากนัก


ติดตามข่าวสาร เกี่ยวกับวงการมอเตอร์ไซค์ ได้ทาง www.motocycle-thai.com

วิธีเลือกซื้อมอเตอร์ไซค์ ที่สามารถบอกถึงบุคคลิก และภาพลักของได้

มอเตอร์ไซค์ นั้นเป็นดังเครื่องประดับ หรือเครื่องแต่งกายของเรา ที่สามารถบอกถึงบุคคลิก และภาพลักของได้ แต่จะซื้อมอเตอร์ไซค์หลายๆคัน เพื่อจะใช้ในหลายๆโอกาศ ก็ไม่ใช้ว่าทุกคนจะทำได้ ดังนั้น เมื่อต้องเลือกซื่อมอเตอร์ไซค์ทั้งที จึงเกิดปัญหาขึ้นมา ว่ารถรุ่นนี้ก็สวย รุ่นนั้นก็เท่ ไม่รู้จะเลือกคันไหนดี นี่อาจจะเป็นสิ่งที่คุณเจอ เวลาจะตัดสินใจซื้อรถมอเตอร์ไซค์คันใหม่ ต้องบอกเลยว่าอย่าเพิ่งใจร้อนกันนะครับ จะออกรถใหม่ทั้งทีต้องดูดีๆ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมกันเสียหน่อย ซึ่งคำแนะนำเกี่ยวกับ วิธีเลือกซื้อมอเตอร์ไซค์ ที่ไม่ยากมาบอก

1.ตรวจสอบการใช้งานของเรากับมอเตอร์ไซค์ว่าตรงกันหรือไม่

อย่างแรก เราต้องคิดก่อนว่า เราจะซื้อมอเตอร์ไซค์คันนี้เพื่อใช้งานแบบไหน เพราะการใช้งานที่ต่างกัน เราก็ควรปรับเปลี่ยนรุ่นของมอเตอร์ไซค์ไปตามที่เหมาะสม เช่น ถ้าเราซื้อไปเพื่อขับไปทำงาน หรือ เรียน ก็ควรเลือกรุ่นที่ดูแลรักษาง่าย ประหยัดน้ำมัน และอาจจะไม่จำเป็นจะต้องมีแรงม้าที่เยอะก็ได้ หรือถ้าเราซื้อมอเตอร์ไซค์ เพื่อไปออกทริปกับเพื่อน อันนี้ก็อาจจะไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำมันมาก เพราะอาจจะใช้นานๆที แต่ให้กังวลเรื่องความคงทน แข็งแรงของมอเตอร์ไซค์แทน เรามาลองดูดีกว่าว่า รถมอเตอร์ไซค์ประเภทไหนจะเหมาะกับเรามากที่สุด

  • รถมอเตอร์ไซค์ครอบครัว : ที่เรียกกันว่ารถครอบครัวนั้น เพราะว่าเป็นรถที่เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย สามารถใช้งานขับขี่ รวมถึงร่วมโดยสารได้ง่ายครับ และยังมีประสิทธิภาพ ที่ดีต่อการใช้งาน โดยจะเหมาะกับคนที่อยากได้รถมอเตอร์ไซค์ สำหรับใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน และที่สำคัญคือ คำนึงถึงความคุ้มค่าเป็นหลักครับ ซึ่งไม่ต้องห่วงเลย เพราะรถประเภทนี้จะมีเครื่องยนต์ที่ประหยัดน้ำมันมากทีเดียว โดยประโยชน์ใช้สอยส่วนมาก จะเป็นใช้เดินทางไปทำธุระต่างๆ ในระยะทางที่ไม่ได้ไกลมากนัก
  • รถมอเตอร์ไซค์สปอร์ต : รถสปอร์ต เป็นรถมอเตอร์ไซค์ที่โดดเด่นในเรื่องประสิทธิภาพ ที่ได้แรงบันดาลใจ จากรถที่ใช้แข่งในสนามจริง จากทั้งเครื่องยนต์ที่สมรรถนะสูง และมีให้เลือกหลายพิกัดซีซี ไปจนถึงการออกแบบที่โฉบเฉี่ยว ตามหลักอากาศพลศาสตร์ที่ช่วยให้ทำความเร็วได้มากกว่าเดิม จึงค่อนข้างชัดเจนว่าเหมาะกับผู้ที่ชอบในความเร็ว และรักในการแข่งขัน ซึ่งในบางครั้ง จะพารถมอเตอร์ไซค์ไปขับขี่ในสนามแข่งจริงครับ
  • รถมอเตอร์ไซค์ออโตเมติก : ขึ้นชื่อว่าเป็นรถออโตเมติก มอเตอร์ไซค์ประเภทนี้ จึงเป็นรถที่ขับขี่ได้ง่าย เพียงแค่บิดคันเร่ง และมักจะมาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ช่วยให้การขับขี่ ให้สะดวกสบายมากขึ้นกว่าเดิม จึงเหมาะสำหรับผู้ที่อยากขับขี่แบบสบายๆ ไม่รีบร้อน หรือพึ่งเริ่มขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ใหม่ๆ เนื่องจากไม่ต้องห่วงเรื่องการควบคุมขณะขับขี่ที่ยุ่งยากนัก
  • รถมอเตอร์ไซค์บ๊อบเบอร์ : ถ้าใครที่รักในสไตล์คลาสสิค ชอบสิ่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อยากที่จะเท่แบบไม่เหมือนใคร รถมอเตอร์ไซค์สไตล์บ๊อบเบอร์ ก็คือคำตอบของคุณครับ เพราะมีดีไซน์ที่คลาสสิคโดดเด่น แตกต่างจากรถในประเภทอื่นอย่างชัดเจน อีกทั้งยังสามารถปรับแต่งตัวรถ ในแบบของคุณเองได้อีกหลายส่วน เป็นการสร้างสไตล์เฉพาะตัวของคุณ บนท้องถนนได้อย่างเต็มที่
  • รถมอเตอร์ไซค์วิบาก : สไตล์ของคนที่จะมาขับขี่รถประเภทนี้ ค่อนข้างจะชัดเจนมากที่สุดครับ เนื่องจากรถสไตล์วิบากนั้น เกิดมาเพื่อลุยในทางฝุ่น หรือภูมิประเทศต่างๆ ที่ไม่ใช่ถนนปกติ ไม่ว่าจะเป็นป่า เขา เนินหินดินทราย รถมอเตอร์ไซค์วิบากก็สามารถพาคุณไปลุยได้ทุกเส้นทาง รวมถึงขับขี่บนถนนปกติ ก็สามารถทำได้เช่นกันครับ จึงเหมาะกับขาลุยที่ชอบการผจญภัยจริงๆ

2.ขนาดของมอเตอร์ไซค์เหมาะกับเรามั้ย

มอเตอร์ไซค์แต่ละรุ่นจะมีรูปร่าง และลักษณะภายนอกที่แตกต่างกัน ทั้งความสูง ความกว้าง และความยาว บางรุ่นอาจไม่เหมาะกับผู้หญิงเท่าไหร่ หรือบางรุ่น อาจเหมาะกับผู้ชายมากกว่า นอกจากนั้น ความสูง เตี้ย ของมอเตอร์ไซค์ก็มีผลต่อคนขับ เช่นมอเตอร์ไซค์รุ่นที่มีความสูงมากกว่ารุ่นอื่นๆ บางคนอาจจะไม่สามารถขับขี่ได้ เนื่องจากเท้าไม่ถึงพื้น ซึ่งจะทำให้เกิดอันตราย ในการขับขี่ ดังนั้นสิ่งนี้จึงมีความสำคัญเป็นอันมาก เพราะอาจทำให้เกิด อุบัติเหตุที่ได้ตั้งใจขึ้นมาได้

3.อย่าเลือกมอเตอร์ไซค์ตามเพื่อน

อย่างที่บอกไปครับ มอเตอร์ไซค์แต่ละรุ่น มีความแตกต่างกัน แต่ละคนเวลาขับขี่ ก็จะมีความรู้สึกแตกต่างกันออกไป บางทีคันที่เพื่อนบอกว่าดี เราอาจจะไม่ถูกใจก็ได้ เพราะมอเตอร์ไซค์สามารถบอกรสนิยม และบุคคลิก ของคนขับได้ ดังนั้นเลือกเองดีกว่าครับ อ่านรีวิวได้ แต่ตัดสินใจด้วยตัวคุณเองจะดีที่สุดครับ

4.มีงบประมาณเท่าไรในการซื้อรถมอเตอร์ไซค์

ราคาของรถมอเตอร์ไซค์ จะขึ้นอยู่ประเภทรถที่เราเลือก ดังนั้นก่อนซื้อก็ควรเลือกให้รอบคอบ และดูกำลังเงินของเราด้วย แต่หากใครมีกำลังทรัพย์ไม่พอ ที่จะซื้อรถมอเตอร์ไซค์ใหม่ ก็อาจจะ มองรถมอเตอร์ไซค์มือสอง ก็ถือว่าตอบโจทย์มากๆ เพราะมีราคาถูกกว่า แต่ต้องดูสภาพรถ เครื่องยนต์ และการรับประกันให้ดีด้วย

5.ขี่เป็นแล้ว หรือยัง

สิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งเลย คุณควรจะประเมินศักยภาพในการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ ของตัวคุณเองก่อนว่า คุณขับขี่เป็น หรือไม่ ถ้าหากขับเป็นแล้ว อยู่ในระดับมือใหม่ หรือชำนาญแล้ว เพื่อจะได้เลือกรถมอเตอร์ไซค์ที่เหมาะ กับความสามารถของตัวเอง แต่สำหรับใครที่ยังขับขี่ไม่เป็น ก็ไม่ต้องกังวลไปนะครับ เพราะปัจจุบันมีโรงเรียนสอนขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ ที่มีหลักสูตรครอบคลุมการขับขี่ประเภทต่าง ๆ มากกมาย

เป็นยังไงกันบ้างกับ วิธีเลือกซื้อมอเตอร์ไซค์ ที่เราแนะนำให้ทั้ง 5 ข้อ เพียงแค่เรา ตอบคำถามทั้ง 5 ข้อได้ แล้วจำนวนมอเตอร์ไซค์ ที่เหมาะกับเราจริงๆ ก็จะเหลืออยู่ ในจำนวนที่ไม่มากแล้ว จากนั้น ก็จะเป็นความชอบส่วนบุคคลแล้ว เช่น สีอะไร ยี่ห้อไหน รุ่นอะไร จะเอาแบบที่แต่งมาแล้ว หรือเอามาปรับแต่งเอง ขอแค่คุณชื่นชอบ และดูแลเอาใจใส่ มอเตอร์ไซค์ก็จะอยู่กับเราไปอีกนานครับ


ติดตามข่าวสาร เกี่ยวกับวงการมอเตอร์ไซค์ ได้ทาง www.motocycle-thai.com

GPX ROCK 110 2021-2022 กับเรือนไมล์ FULL DIGITAL LED

New GPX ROCK 110 2021-2022 มาพร้อมเทคโนโลยีพรีเมียมในแบบรถครอบครัว กับเรือนไมล์ FULL DIGITAL LED METER พร้อมฟังก์ชั่น Setting แบบ Soft touch technology ที่เพียงแค่แตะ หรือสัมผัสเบาๆที่ข้อความ ADJ ( Adjust ) หรือ Set ที่บริเวณด้านล่างของหน้าจอเรือนไมล์ ก็สามารถตั้งนาฬิกา หรือ set ทริปการเดินทางได้ พร้อมมาตรวัดรอบเครื่องยนต์เพียงรุ่นเดียวใน ตลาดรถครอบครัว เท่านั้น! ,ระบบส่องสว่าง แบบ FULL LED รอบคัน ,เบาะนั่งสบาย แบบยาว ดีไซน์เว้ากระชับสรีระ และสะดวกสบายกับฟังก์ชั่น เสริมตะแกรงหน้า สำหรับใส่ตะกร้า

SAFETY LOCK ระบบล็อคนิรภัย เพิ่มความปลอดภัยให้อีกขั้น, ROCK SEAT เบาะนั่ง ROCK สไตล์ในเนื้อผิวสัมผัสที่แตกต่างกัน ออกแบบมาให้มีดีไซน์เข้ากับตัวรถกับทรงเบาะยาว นั่งสบาย, REAR GRIP มือจับท้ายดีไซน์รับกับตัวรถ LED TAIL LIGHT ไฟท้ายแบบ FULL LED โดดเด่นด้วยดีไซน์ล้ำเข้ากับตัวรถ

เครื่องยนต์ ขนาด 110 ซีซี 4 จังหวะ 1 สูบ SOHC แบบหัวฉีด GPX-Fi ช่วยให้ประหยัดน้ำมันมากยิ่งขึ้น ,ระบบเบรกมั่นใจ ด้วยระบบดิสก์เบรกหน้า ขนาด 220 มม. ,วงล้ออัลลอยด์ ขนาด 17” ,โช้กอัพหลังดีไซน์สีอโนไดส์ซิลเวอร์ สามารถปรับระดับความแข็ง-อ่อนได้ ,ท่อไอเสียออกแบบมาให้มีโลหะกันความร้อนด้วยสีโครมเมียมสุดร็อค และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยมาตรฐานไอเสีย EURO 4

สะดุดตา โดนใจกับระบบไฟส่องสว่างแบบ FULL LED รอบคัน ดีไซน์ล้ำทันสมัย ที่ด้านหน้ามีไฟ Daytime Running light แฝงเอกลักษณ์ Logo GPX

สัญลักษณ์ของโลโก้ ร็อคเพชร สื่อถึงการดีไซน์ ในเส้นสายที่เฉียบคม และแข็งแกร่งดั่งเพชรเจียรนัย

เพิ่มมิติด้วยโลโก้แบบ 3D โลโก้ GPX ที่ออกแบบมาให้มีมิติด้วยวัสดุแบบ 3D Emblem เพิ่มความสวยงามและเรียบหรู ให้กับตัวรถ

ตะแกรงสำหรับยึดตะกร้าหน้ารถ เสริมฟังก์ชั่นด้วยตะแกรง ร็อค สำหรับการยึดตระกร้าหน้า เพื่อความสะดวกสบาย สามารถใช้งานได้อย่างอเนกประสงค์ ตอบโจทย์ในทุกไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน

เบาะนั่ง ROCK สไตล์ในเนื้อผิวสัมผัสที่แตกต่างกัน ออกแบบมาให้มีดีไซน์เข้ากับตัวรถกับทรงเบาะยาว นั่งสบาย โดนใจทั้งผู้ขับขี่และผู้ซ้อน

มือจับท้ายดีไซน์รับกับตัวรถ มือจับท้ายดีไซน์รับกับบอดี้ตัวรถ จับกระชับมือ เพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ซ้อน ไม่ว่าจะเส้นทางไหน ก็พร้อมเดินทางไปด้วยกัน

ไฟท้ายแบบ FULL LED โดดเด่นด้วยดีไซน์ล้ำเข้ากับตัวรถ ส่องสว่างคมชัด ให้ความปลอดภัย ในทุกการเดินทาง

เสียงท่อสุดร็อค ท่อไอเสียดีไซน์เร้าใจ ในแบบฉบับ GPX ROCK ที่ออกแบบมาให้มีโลหะกันความร้อนของท่อไอเสีย ด้วยสีโครมเมียมเสริมความพรีเมียมให้กับตัวรถ

GPX ROCK 110 2021-2022 โดดเด่นด้วยดีไซน์เส้นสายที่เฉียบคม และยังมีการอัพเกรดการออกแบบลวดลายสติ๊กเกอร์มาใหม่ ผสมผสานในสไตล์ ROCK metal เพิ่มความคูลสุดคลาสสิกได้อีกขั้น มีให้เลือก 5 สี สุดคลาสสิก ด้วยการใช้สีแบบทูโทน กับคู่สีที่ลงตัว ได้แก่

1. DEEP BLUE WINCHESTER WHITE (สีน้ำเงิน-ขาว)

2. SATIN SILVER WINCHESTER WHITE (สีเทา-ขาว)

3. ORANGE WINCHESTER WHITE (สีส้ม-ขาว)

4. CHOCKING PINK WINCHESTER WHITE (สีชมพู-ขาว)

5. LUMINOUS YELLOW WINCHESTER WHITE (สีเหลือง-ขาว)


ติดตามข่าวสาร เกี่ยวกับวงการมอเตอร์ไซค์ ได้ทาง www.motocycle-thai.com

มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า honda พัฒนารถมอเตอร์ไซค์พลังงานไฟฟ้า EV 100%

กับ มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า honda ที่ทางค่าย Honda ได้ทำการประกาศจุดยืน ที่ชัดเจนภายในงานแถลงนโยบายระดับโลก โดยเน้นสองประเด็นหลัก ในการขับเคลื่อนองค์กรในอนาคต ด้วยการมุ่งเป้าพัฒนารถมอเตอร์ไซค์พลังงานไฟฟ้า EV 100% และการสร้างกลยุทธ์ในการลดการสูญเสียทั้งชีวิต และทรัพย์สินบนยานพาหนะของบริษัท

โดยในงานมีประเด็นที่น่าสนใจอยู่ 2 เรื่องหลักๆ โดยเรื่องแรกนั้น เป็นการชี้ทิศทาง ในการเดินหน้าเรื่องของยานพาหนะพลังงานไฟฟ้า ที่ในปัจจุบันนั้น ตลาดให้การยอมรับ และดูเหมือนว่าจะเป็นทิศทางใหม่ ที่น่าสนใจ โดยทาง Honda เอง ได้วางแผนสำหรับการขยายยอดการจำหน่าย ผลิตภัณฑ์พลังงานไฟฟ้า ด้วยการวางเป้าหมาย ในการจำหน่าย จากผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่มี คิดเป็น 40% ของยอดขายภายในปี 2030 ขยับขึ้นเป็น 80% ภายในปี 2035 และไปสุดเพดานที่ 100% ภายในปี 2040 ซึ่งนี้อาจจะหมายความว่า หลังจากปี 2035 เป็นต้นไป อาจจะไม่มีผลิตภัณฑ์ของ Honda ที่ใช้งานเครื่องยนต์สันดาปอีกต่อไป ก็เป็นได้

ในระยะสั้น ทางผู้ผลิต ได้เปิดเผย 4 โมเดลใหม่ของ มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า honda โดยแบ่งออกเป็นสามโมเดลในปี 2024 ที่จะเป็นรถสกู๊ตเตอร์ที่มีลักษณะคล้ายกับรถในคลาส 50 ซีซี, 125 ซีซี และอีกหนึ่งโมเดลที่มีลักษณะที่คล้ายกับรถมอเตอร์ไซค์ในแนวทาง Street Naked โดยทั้ง 3 โมเดล จะอยู่ในหมวดหมู่ของ Personal Use หรือสำหรับการใช้งานทั่วไป เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน และอีกหนึ่งหมวด ที่มีชื่อว่า “FUN” ที่มีลักษณะ คล้ายกับรถสปอร์ตฟูลแฟร์ริ่ง ซึ่งยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน ณ ตอนนี้

โดยทั้งสี่โมเดลที่เปิดเผยในงานนั้น จะเป็นส่วนขยายจากโมเดลปัจจุบันที่ทาง Honda ได้ผลิต และจำหน่ายในตลาดปัจจุบัน ที่มี Honda PCX EV ที่เราคุ้นเคย หรือรถเชิงพาณิชย์อย่าง

Honda Benly e จะถูกแบ่งออกเป็น 4 รุ่นย่อยด้วยกันดังนี้

1.Benly e:I

2.Benly e:I Pro

3.Benly e:II

4.Benly e:II Pro

Honda GYRO e

GYRO CANOPY e

โดย Honda GYRO e และ Honda GYRO CANOPY e เป็นจักรยานยนต์สามล้อ ที่ใช้สองล้อหลัง ใช้แร็คด้านหลังขนาดใหญ่พร้อมเตียงเตี้ยเพื่อความสะดวกในการจัดส่งสินค้า

โดยทั้งหมด จะใช้โครงสร้างชุดแบตเตอรี่แบบเปลี่ยนได้ ตราบใดที่คุณเปลี่ยนแบตเตอรี่ด้วย Mobile Power Pack ที่ชาร์จเต็มแล้วคุณสามารถขี่ต่อไปได้โดยไม่ต้องเสียเวลารอชาร์จ ที่ร่วมพัฒนากับอีก 3 แบรนด์จากญี่ปุ่น รวมไปถึง Piaggio และ KTM จากยุโรป

อีกหนึ่งประเด็น ที่น่าสนใจจากการแถลงนโยบายในครั้งนี้ ก็คือการที่ Honda เองพยายามจะหลีกเลี่ยงการสูญเสียจากอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สิน หรือชีวิตบนผลิตภัณฑ์ของ Honda ซึ่งเรามักจะเห็นการรณรงค์จากแบรนด์หลายๆ ครั้ง โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มักจะมีแคมเปญเกี่ยวกับการรณรงค์ด้านจิตสำนึกในเรื่องอุบัติเหตุในช่วงเทศกาล แต่ในครั้งนี้ทาง Honda เองเหมือนจะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาระบบด้านความปลอดภัยสำหรับยานพาหนะมากกว่า โดยมีการลงทุนในการพัฒนาและวิจัยเป็นจำนวนเงินกว่า 5 ล้านล้านเยน (1.46 ล้านล้านบาท)

สำหรับการพัฒนาระบบ ADAS (advanced driver assistance systems) บนยานพาหนะของค่าย Ffpระบบการทำงานคร่าวๆ ของระบบ ADAS บนรถจักรยานยนต์นี้จะมีการติดตั้งกล้องตรวจจับทั้งด้านหน้า และด้านหลังรถคลอบคลุม 360 องศา รอบคัน โดยจะใช้กล่อง ECO ซึ่งจะติดตั้งเพิ่มเติม ทางด้านหลังของรถ เพื่อคำนวณว่าวัตถุ หรือรถคันข้างๆ มีโอกาสที่จะปะทะ กับตัวรถที่ติดตั้งระบบนี้ไว้หรือไม่ ซึ่งหากมีโอกาสในการเฉี่ยวชน ตัวกล่อง ECU จะส่งสัญญาณเตือนมาให้คนขี่รถเห็นก่อน แต่ถ้าหากจวนตัวแล้ว แต่ความเร็วที่ขับขี่นั้นยังสูงจนอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ ตัวระบบ ADAS จะทำการลดความเร็วของรถจักรยานยนต์ให้ทันที โดยมุ่งเน้นภายในปี 2030 ยานพาหนะทุกคันทุกรุ่นจากแบรนด์ Honda จะมีระบบนี้เป็นมาตรฐาน


ติดตามข่าวสาร เกี่ยวกับวงการมอเตอร์ไซค์ ได้ทาง www.motocycle-thai.com