มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า honda พัฒนารถมอเตอร์ไซค์พลังงานไฟฟ้า EV 100%

กับ มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า honda ที่ทางค่าย Honda ได้ทำการประกาศจุดยืน ที่ชัดเจนภายในงานแถลงนโยบายระดับโลก โดยเน้นสองประเด็นหลัก ในการขับเคลื่อนองค์กรในอนาคต ด้วยการมุ่งเป้าพัฒนารถมอเตอร์ไซค์พลังงานไฟฟ้า EV 100% และการสร้างกลยุทธ์ในการลดการสูญเสียทั้งชีวิต และทรัพย์สินบนยานพาหนะของบริษัท

โดยในงานมีประเด็นที่น่าสนใจอยู่ 2 เรื่องหลักๆ โดยเรื่องแรกนั้น เป็นการชี้ทิศทาง ในการเดินหน้าเรื่องของยานพาหนะพลังงานไฟฟ้า ที่ในปัจจุบันนั้น ตลาดให้การยอมรับ และดูเหมือนว่าจะเป็นทิศทางใหม่ ที่น่าสนใจ โดยทาง Honda เอง ได้วางแผนสำหรับการขยายยอดการจำหน่าย ผลิตภัณฑ์พลังงานไฟฟ้า ด้วยการวางเป้าหมาย ในการจำหน่าย จากผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่มี คิดเป็น 40% ของยอดขายภายในปี 2030 ขยับขึ้นเป็น 80% ภายในปี 2035 และไปสุดเพดานที่ 100% ภายในปี 2040 ซึ่งนี้อาจจะหมายความว่า หลังจากปี 2035 เป็นต้นไป อาจจะไม่มีผลิตภัณฑ์ของ Honda ที่ใช้งานเครื่องยนต์สันดาปอีกต่อไป ก็เป็นได้

ในระยะสั้น ทางผู้ผลิต ได้เปิดเผย 4 โมเดลใหม่ของ มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า honda โดยแบ่งออกเป็นสามโมเดลในปี 2024 ที่จะเป็นรถสกู๊ตเตอร์ที่มีลักษณะคล้ายกับรถในคลาส 50 ซีซี, 125 ซีซี และอีกหนึ่งโมเดลที่มีลักษณะที่คล้ายกับรถมอเตอร์ไซค์ในแนวทาง Street Naked โดยทั้ง 3 โมเดล จะอยู่ในหมวดหมู่ของ Personal Use หรือสำหรับการใช้งานทั่วไป เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน และอีกหนึ่งหมวด ที่มีชื่อว่า “FUN” ที่มีลักษณะ คล้ายกับรถสปอร์ตฟูลแฟร์ริ่ง ซึ่งยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน ณ ตอนนี้

โดยทั้งสี่โมเดลที่เปิดเผยในงานนั้น จะเป็นส่วนขยายจากโมเดลปัจจุบันที่ทาง Honda ได้ผลิต และจำหน่ายในตลาดปัจจุบัน ที่มี Honda PCX EV ที่เราคุ้นเคย หรือรถเชิงพาณิชย์อย่าง

Honda Benly e จะถูกแบ่งออกเป็น 4 รุ่นย่อยด้วยกันดังนี้

1.Benly e:I

2.Benly e:I Pro

3.Benly e:II

4.Benly e:II Pro

Honda GYRO e

GYRO CANOPY e

โดย Honda GYRO e และ Honda GYRO CANOPY e เป็นจักรยานยนต์สามล้อ ที่ใช้สองล้อหลัง ใช้แร็คด้านหลังขนาดใหญ่พร้อมเตียงเตี้ยเพื่อความสะดวกในการจัดส่งสินค้า

โดยทั้งหมด จะใช้โครงสร้างชุดแบตเตอรี่แบบเปลี่ยนได้ ตราบใดที่คุณเปลี่ยนแบตเตอรี่ด้วย Mobile Power Pack ที่ชาร์จเต็มแล้วคุณสามารถขี่ต่อไปได้โดยไม่ต้องเสียเวลารอชาร์จ ที่ร่วมพัฒนากับอีก 3 แบรนด์จากญี่ปุ่น รวมไปถึง Piaggio และ KTM จากยุโรป

อีกหนึ่งประเด็น ที่น่าสนใจจากการแถลงนโยบายในครั้งนี้ ก็คือการที่ Honda เองพยายามจะหลีกเลี่ยงการสูญเสียจากอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สิน หรือชีวิตบนผลิตภัณฑ์ของ Honda ซึ่งเรามักจะเห็นการรณรงค์จากแบรนด์หลายๆ ครั้ง โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มักจะมีแคมเปญเกี่ยวกับการรณรงค์ด้านจิตสำนึกในเรื่องอุบัติเหตุในช่วงเทศกาล แต่ในครั้งนี้ทาง Honda เองเหมือนจะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาระบบด้านความปลอดภัยสำหรับยานพาหนะมากกว่า โดยมีการลงทุนในการพัฒนาและวิจัยเป็นจำนวนเงินกว่า 5 ล้านล้านเยน (1.46 ล้านล้านบาท)

สำหรับการพัฒนาระบบ ADAS (advanced driver assistance systems) บนยานพาหนะของค่าย Ffpระบบการทำงานคร่าวๆ ของระบบ ADAS บนรถจักรยานยนต์นี้จะมีการติดตั้งกล้องตรวจจับทั้งด้านหน้า และด้านหลังรถคลอบคลุม 360 องศา รอบคัน โดยจะใช้กล่อง ECO ซึ่งจะติดตั้งเพิ่มเติม ทางด้านหลังของรถ เพื่อคำนวณว่าวัตถุ หรือรถคันข้างๆ มีโอกาสที่จะปะทะ กับตัวรถที่ติดตั้งระบบนี้ไว้หรือไม่ ซึ่งหากมีโอกาสในการเฉี่ยวชน ตัวกล่อง ECU จะส่งสัญญาณเตือนมาให้คนขี่รถเห็นก่อน แต่ถ้าหากจวนตัวแล้ว แต่ความเร็วที่ขับขี่นั้นยังสูงจนอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ ตัวระบบ ADAS จะทำการลดความเร็วของรถจักรยานยนต์ให้ทันที โดยมุ่งเน้นภายในปี 2030 ยานพาหนะทุกคันทุกรุ่นจากแบรนด์ Honda จะมีระบบนี้เป็นมาตรฐาน


ติดตามข่าวสาร เกี่ยวกับวงการมอเตอร์ไซค์ ได้ทาง www.motocycle-thai.com